Wise คืออะไร? รวมข้อดี-ข้อเสีย ค่าธรรมเนียม และวิธีใช้ จบในที่เดียว

Wise คืออะไร

Highlight

  • Wise หรือชื่อเดิม: TransferWise คือ แพลตฟอร์มโอนเงินระหว่างประเทศที่ช่วยให้สามารถส่ง รับ หรือแลกเปลี่ยนเงินได้หลายสกุล ได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และโปร่งใส
  • Wise มีจุดเด่นที่น่าสนใจ ใช้อัตราแลกเปลี่ยนแบบเรียลไทม์ แสดงค่าธรรมเนียมละเอียด ไม่แอบแฝง ส่งเงินถึงปลายทางรวดเร็ว มีบัญชีเดียว โอนเงินได้มากกว่า 40 สกุลเงินทั่วโลก 
  • ข้อเสียในการใช้บริการ Wise มีบางประเทศที่ยังไม่รองรับการโอน บางสกุลเงินยังโอนโดยตรงไม่ได้ต้องผ่านสกุลเงินกลาง ไม่เหมาะกับการโอนเงินก้อนใหญ่ ต้องใช้บริการผ่านอินเตอร์เน็ตเท่านั้น
  • Wise คิดอัตราค่าธรรมเนียม ทั้งแบบคงที่และตามสัดส่วนยอดเงินโอน และการโอนเงินไปยังบุคคลจะถูกกว่าโอนเงินแบบธุรกิจเล็กน้อย ควรอ่านรายละเอียดให้รอบคอบก่อนกดยืนยัน

เวลาเราต้องโอนเงินไปต่างประเทศ มักเจอกับปัญหาค่าธรรมเนียมแพง อัตราแลกเปลี่ยนไม่คุ้ม หรือมีขั้นตอนยุ่งยาก ซึ่งเดี๋ยวนี้มีทางเลือกใหม่ๆ อย่าง Wise แพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนเงินตราระหว่างประเทศที่หลายคนเริ่มหันมาใช้ เพราะว่าใช้ง่าย ค่าธรรมเนียม อัตราแลกเปลี่ยนยุติธรรม แต่ก่อนจะตัดสินใจลองใช้ เรามาทำความเข้าใจให้ครบทุกมุม ทั้งข้อดี ข้อเสีย ค่าธรรมเนียม และวิธีใช้ จะได้ตัดสินใจได้ง่ายยิ่งขึ้น

Wise เป็นแพลตฟอร์มโอนเงินระหว่างประเทศ ตั้งอยู่ที่ประเทศอังกฤษ มีผู้ใช้งานมากกว่า 16 ล้านบัญชีทั่วโลก

Wise คืออะไร และทำไมคุณควรรู้จัก?

Wise คืออะไร ?

Wise (ชื่อเดิม: TransferWise) คือ แพลตฟอร์มโอนเงินระหว่างประเทศที่ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถส่ง รับ หรือแลกเปลี่ยนเงินหลายสกุลได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และโปร่งใส โดยใช้อัตราแลกเปลี่ยนกลางแบบเรียลไทม์ ซึ่งดีกว่าอัตราที่ธนาคารส่วนใหญ่เสนอให้ และคิดค่าธรรมเนียมในอัตราที่ค่อนข้างต่ำ

ต้นกำเนิดของ Wise?

Wise ก่อตั้งขึ้นในปี 2011 ที่ประเทศอังกฤษ โดย 2 ผู้ร่วมก่อตั้งชาวเอสโตเนีย – Taavet Hinrikus (อดีตพนักงานคนแรกของ Skype) และ Kristo Käärmann ปัจจุบันสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ และมีสำนักงานย่อยในหลายประเทศทั่วโลก อย่างสหรัฐอเมริกา สิงคโปร์ และออสเตรเลีย

ความน่าเชื่อถือ และการกำกับดูแล

  • Wise เป็นบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ลอนดอน (LSE) ภายใต้ชื่อ Wise Plc
  • ได้รับใบอนุญาตและอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของหน่วยงานด้านการเงินหลายประเทศ เช่น
  • FCA (Financial Conduct Authority) สหราชอาณาจักร
  • FinCEN (สหรัฐอเมริกา)
  • ASIC (ออสเตรเลีย)
  • หน่วยงานอื่นๆ ในแต่ละประเทศที่ให้บริการ
  • มีผู้ใช้งานมากกว่า 16 ล้านบัญชีทั่วโลก และมียอดการโอนเงินหลายพันล้านดอลลาร์ต่อปี

Wise ต่างจากธนาคารทั่วไปอย่างไร?

  • Wise ใช้อัตราแลกเปลี่ยนจริง ไม่มีบวกเพิ่มเหมือนธนาคาร
  • ค่าธรรมเนียมถูกกว่า และบอกชัดเจนก่อนโอน
  • ทำทุกอย่างผ่านแอปหรือเว็บไซต์ ไม่ต้องไปสาขา
  • บัญชีเดียวถือได้หลายสกุลเงิน ใช้ได้ทั่วโลก

Wise มีจุดเด่นทั้งในด้านอัตราแลกเปลี่ยนที่ยุติธรรม ค่าธรรมเนียมที่โปร่งใส ความเร็วในการโอน รองรับหลายสกุลเงิน

จุดเด่นของ Wise ที่น่าสนใจ

  • คิดอัตราแลกเปลี่ยนตามจริง (Real Exchange Rate)

Wise ใช้อัตราแลกเปลี่ยนแบบเรียลไทม์ (อันเดียวกับที่ Google แสดง) โดยไม่มีการบวกกำไรเพิ่มเหมือนธนาคารทั่วไป ทำให้คุณได้อัตราแลกที่ยุติธรรมและคุ้มค่าแบบสุดๆ

  • ค่าธรรมเนียมโปร่งใส

ก่อนกดยืนยันการโอนเงิน Wise จะแสดงค่าธรรมเนียมทั้งหมดแบบละเอียด ไม่มีค่าธรรมเนียมแอบแฝง เห็นชัดว่าจ่ายเท่าไหร่ และปลายทางจะได้รับเท่าไหร่ โปร่งใสกว่าโอนผ่านธนาคารหลายเท่า

  • ความรวดเร็วในการโอนเงิน

เงินส่วนใหญ่จะถึงปลายทางภายในไม่กี่ชั่วโมง หรือภายในวันเดียว ขึ้นอยู่กับประเทศปลายทาง
บางครั้งเร็วกว่าธนาคารหลายวัน ช่วยให้วางแผนทางการเงินได้แม่นยำกว่าเดิม

  • รองรับหลายสกุลเงินในบัญชีเดียว

สามารถเปิดบัญชี และโอนเงินได้มากกว่า 40 สกุลเงิน เช่น USD, EUR, GBP, JPY, AUD ฯลฯ ในบัญชีเดียว ไม่ต้องเปิดบัญชีธนาคารในต่างประเทศให้ยุ่งยาก และสามารถสลับสกุลเงินได้ทันทีในแอป

ข้อควรระวังในการใช้บริการ Wise มีทั้งยังไม่รองรับการใช้บริการในทุกประเทศ รับเฉพาะบางสกุลเงิน
ไม่เหมาะกับโอนเงินก้อนโต ต้องใช้งานผ่านระบบอินเตอร์เน็ต และค่าธรรมเนียมแตกต่างกันไป

ข้อเสียที่ควรพิจารณาก่อนใช้บริการ Wise

  • ยังไม่รองรับการโอนเงินไปทุกประเทศ

แม้ Wise จะครอบคลุมหลายประเทศ แต่ยังมีบางประเทศที่ยังไม่สามารถโอนเงินไปได้ หรือมีข้อจำกัดด้านกฎหมายจากหน่วยงานท้องถิ่น ผู้ใช้งานควรตรวจสอบปลายทางให้แน่ชัดก่อนโอน

  • รองรับเฉพาะบางสกุลเงินเท่านั้น

แม้จะถือได้หลายสกุลเงินในบัญชีเดียว แต่ก็ยังมีบางสกุลที่ไม่สามารถรับโอนเข้าหรือโอนออกได้โดยตรง ต้องแลกผ่านสกุลกลาง เช่น USD หรือ EUR ซึ่งอาจมีค่าธรรมเนียมเพิ่มขึ้นหรือยุ่งยากขึ้น

  • ไม่เหมาะกับการโอนเงินสดก้อนใหญ่เกินไป

Wise ไม่ใช่บริการโอนเงินสดแบบ Western Union และมีขีดจำกัดต่อรายการและต่อวัน ซึ่งอาจไม่ตอบโจทย์หากต้องโอนเงินก้อนใหญ่ในครั้งเดียว นอกจากนี้ อัตราแลกเปลี่ยนอาจมีความผันผวน 

  • ต้องใช้งานผ่านอินเทอร์เน็ตเท่านั้น

Wise เป็นแพลตฟอร์มดิจิทัล 100% ต้องใช้งานผ่านเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันมือถือเท่านั้น ผู้ที่ไม่ถนัดเทคโนโลยี หรือไม่มีสมาร์ทโฟนอาจรู้สึกไม่สะดวก

  • ค่าธรรมเนียมแตกต่างกันตามประเทศและวิธีชำระเงิน

แม้ Wise จะโปร่งใสเรื่องค่าธรรมเนียม แต่ก็มีความหลากหลายตามสกุลเงินปลายทาง วิธีชำระ (เช่น ผ่านบัตรเครดิตจะเสียเพิ่มกว่าการโอนจากบัญชีธนาคาร) ดังนั้นควรอ่านรายละเอียดก่อนยืนยัน

Wise มีการคิดค่าธรรมเนียม ทั้งแบบคงที่ และคิดตามสัดส่วนการโอน รวมไปถึงประเภทของผู้รับ ทั้งแบบบุคคลและธุรกิจ

ค่าธรรมเนียม Wise ที่ต้องเข้าใจไม่มองข้าม

โครงสร้างค่าธรรมเนียม: แยกตามประเภทการโอน

Wise คิดค่าธรรมเนียมแบบโปร่งใส โดยแบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลัก ๆ คือ

  • ค่าธรรมเนียมคงที่ (Fixed Fee)
    เป็นจำนวนเงินตายตัว เช่น เช่น 1.67 EUR สำหรับการโอนจาก EUR ไปยัง THB ขึ้นอยู่กับสกุลเงินต้นทางและปลายทาง
  • ค่าธรรมเนียมตามสัดส่วน (Variable Fee)
    คิดเป็นเปอร์เซ็นต์จากยอดที่โอน เช่น 0.7% ของจำนวนเงินที่แปลงสกุลแล้ว ซึ่งขึ้นอยู่กับประเทศและวิธีจ่ายเงิน (เช่น บัตรเครดิตจะเสียมากกว่าการโอนผ่านบัญชีธนาคาร)

Wise แยกระหว่างประเภทผู้รับเงินออกเป็น 

  • โอนเงินระหว่างบุคคล (Personal Transfer): มีค่าธรรมเนียมต่ำ
  • โอนเข้าบัญชีธุรกิจ (Business Transfer): ค่าธรรมเนียมอาจสูงขึ้นเล็กน้อย 

ตัวอย่างการคำนวณค่าธรรมเนียมจริง

สมมติว่า: ต้องการโอนเงินจากยูโรไปเป็นเงินไทย (EURTHB) จำนวน 10,000 EUR

  • ค่าธรรมเนียมโดยประมาณ
    • ค่าธรรมเนียมการโอนเงินจากธนาคาร: 1.67 EUR
    • ค่าธรรมเนียมตามสัดส่วน: 0.7% x 10,000 
    • รวมเป็น 8.67 EUR
  • ปลายทางจะได้รับเงินในอัตราแลกเปลี่ยนแบบเรียลไทม์ (ไม่มีบวกกำไร)
    เทียบกับธนาคารที่อาจคิดค่าธรรมเนียมหลายร้อย + เรทที่อาจจะแย่กว่า

สามารถลงทะเบียนสมัครใช้บริการ Wise ได้ง่าย ๆ ผ่านทางเว็บไซต์ หรือแอปพลิเคชันบนสมาร์ทโฟน

วิธีใช้งาน Wise แบบ Step-by-Step

ขั้นตอนที่ 1: เข้าเว็บไซต์หรือดาวน์โหลดแอป

  • เข้าเว็บไซต์ wise.com หรือ
  • ดาวน์โหลดแอป Wise ผ่าน App Store หรือ Google Play

ขั้นตอนที่ 2: เริ่มสร้างบัญชี

  • คลิกปุ่ม “Sign up” หรือ “สมัครใช้งาน”
  • เลือกประเภทบัญชี
    • Personal (บุคคลทั่วไป)
    • Business (สำหรับธุรกิจ)

ขั้นตอนที่ 3: เลือกที่อยู่ 

  • และเลือกประเทศที่คุณอาศัยอยู่ (ประเทศไทย)

ขั้นตอนที่ 4: ยืนยันตัวตนเบื้องต้น

  • Wise จะขอให้คุณยืนยันเบอร์โทรศัพท์ (จะมีรหัส OTP ส่งเข้าเบอร์มือถือ)

ขั้นตอนที่ 5: กรอกข้อมูลส่วนบุคคล

  • จากนั้นให้กรอก ข้อมูลส่วนตัว เช่น ชื่อ-นามสกุล, วันเกิด, ที่อยู่

ขั้นตอนที่ 6: พร้อมใช้งาน

  • คุณจะสามารถโอนเงิน, รับเงิน, แลกสกุลเงิน และใช้งานบัญชีหลายสกุลได้ทันที

สรุป

Wise เหมาะมากสำหรับนักเดินทาง นักเรียนต่างประเทศ ฟรีแลนซ์ นักธุรกิจ หรือนักลงทุนที่ต้องโอนหรือรับเงินหลายสกุลจากต่างประเทศเป็นประจำ ทั้งนี้เพื่อให้ใช้งานคุ้มค่า ควรเปรียบเทียบค่าธรรมเนียมก่อนโอน ใช้บัญชีหลายสกุลให้เป็นประโยชน์ และเลี่ยงการใช้บัตรเครดิตในการชำระ เพื่อเลี่ยงค่าธรรมเนียมเพิ่มเติม ทุกแพลตฟอร์มย่อมมีทั้งข้อดีและข้อเสียซึ่งควรพิจารณาให้รอบคอบ 

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

Wise (เดิม TransferWise) รีวิวปี 2024 – ข้อดีข้อเสีย https://ecommerce-platforms.com/th/ecommerce-reviews/transferwise-review 

วิธีใช้ Wise ในประเทศไทย (เดิมชื่อ TransferWise) https://wise.com/th/blog/how-to-use-wise-thailand